ศูนย์รวมบทความคาวบอย อินเดียนแดง เม็กซิกัน

ตำนานยีนส์คาวบอย #2

ตำนานยีนส์คาวบอย #2 โพสต์ในเวปบอร์คาวบอยไทยเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2552 โดย lonesome__dove
บ๊อบยกตัวอย่างคาวบอยตัวจริงที่ไม่ใช้แรงเลอร์ไว้ดังสองภาพนี้

"Howard Pitzen คือคาวบอยตัวจริงที่ทำงานเป็นคาวบอยก่อนที่แรงเลอร์จะออกสู่ตลาดเสียอีก และ Duane Barrow ก็เคยต้อนม้าและวัวผ่านเส้นทางหลายร้อยไมล์ในดินแดนเปิด ความจริงคือ ไม่มีด้ายปักเป็นรูป W ตัวใหญ่ที่กระเป๋าหลังยีนส์ของเขา

นักคล้องวัว Kyle Wilson ก็ไม่ได้ใส่ยีนส์แรงเลอร์"




ลักษณะพิเศษของยีนส์คาวบอยเป็นอย่างไร
ต้องอ่านข้อเขียนของ Mark Jacobs ที่เขียนไว้ตอนหนึ่งดังนี้

เอามาจาก http://www.nytimes.com/2007/06/24/magazine/24Style-t.html?ei=5124&en=013345c0cbe25904&ex=1340424000&partner=permalink&exprod=permalink&pagewanted=print
June 24, 2007
Style
Branded
By MARK JACOBS

ความสำเร็จของแรงเลอร์ส่วนใหญ่มาจากรุ่น Cowboy Cut เป็นแบบที่เรียกตามรหัสว่า 13MWZ กางเกงรุ่นนี้เริ่มออกตลาดในปี 1947 ซึ่งทุกวันนี้มีส่วนแบ่งประมาณ 25% ของยอดขายรวมต่อปีของบริษัท นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นดั้งเดิมของแรงเลอร์ และเป็นกางเกงยีนคาวบอยที่ใช้งานได้จริงรุ่นแรก กางเกงรุ่น 13MWZ (“men’s Western zipper”) พัฒนาโดย เบ็น ลิคเชนสไตน์ (Ben Lichenstein) ช่างตัดเสื้อผ้าจากเมืองฟิลาเดนเฟีย ซึ่งรู้จักกันในนาม โรดิโอเบ็น(Rodeo Ben) เขาผลิตงานนี้ตามความต้องการของบริษัท Blue Bell Overall Company, ซึ่งเป็นบริษัทาผลิตเสื้อผ้าจาก North Carolina และต้องการเจาะตลาดคาวบอยตะวันตก แบบของกางเกงรุ่นนี้ไม่เปลี่ยนมา 60 ปีแล้ว
ฟิล แม็คอดัมส์ (Phil McAdams) ประธานฝ่ายเสื้อผ้าตะวันตกของแรงเลอร์รู้จักยีนส์รุ่นนี้ทุกตารางนิ้ว เขาอธิบายลักษณะยีนส์คาวบอยให้ผู้เขียนฟังว่า กระเป๋าหลังจะอยู่สูงพอที่คนขี่ม้าจะไม่นั่งทับกระเป๋าเงินของตนเอง หูกางเกงทางด้านหน้าจะทำให้ห่างกันมากหน่อยเพื่อให้ใส่หัวเข็มชัดแชมเปี้ยนได้ หมุดย้ำจะใช้แบบแบนมากเพื่อไม่ให้มันขูดขีดอานม้าเป็นรอยได้ ซิปจะต้องใหญ่โตพอที่นักขี่ม้าจะสามารถจับมันได้ในขณะที่ใส่ถุงมือ ปลายขาเรียวฟิตรอบรองเท้าบู๊ตเพื่อไม่ให้มันลากเหมือนยีนส์แบบ boot cut ซึ่งไม่เหมะสำหรับคาวบอยฝึกหัด และตะเข็บในต้องยาวกว่ามาตรฐานประมาณ 4-6 นิ้ว เพื่อว่าเมื่อคนใส่นั่งอยู่บนอานม้า ปลายขาของกางเกงจะได้แตะอยู่ด้านบนของเท้าพอดี
จิม เชาเดอร์(Jim Shoulders) ปัจจุบันอายุ 79 เขาคือผู้บุกเบิกกีฬาโรดิโอรุ่นแรกๆ ที่เป็นนายแบบให้กับการพัฒนารุ่น Cowboy Cut ตอนเริ่มต้น เขาเล่าเรื่องนี้ให้คนฟังในห้องอาหารเช้าในเวกัสซึ่งทำให้บรรยากาศดูเหมือนเป็นแคมป์ไฟไปเลย "แรงเลอร์ตัดสินใจว่าจะต้องแข่งกับ Lee และเข้าสู่สนามแข่งโรดิโอที่เมดิสันแสควร์ให้ได้" จิมกล่าวถึงความหลัง "พวกเขาแจกยีนส์แรงเลอร์ให้คนที่เข้าแข่งโรดิโอทุกคนพร้อมเสื้อเชิ้ตสีดำที่มีอักษรสีเหลืองว่า Wrangler และยังมีแจคเก็ตยีนแรงเลอร์อีกตัวหนึ่ง ต่อจากนั้นเขาก็จะแจกแบบสอบถามให้คุณกรอกว่า อะไรที่คุณชอบ และไม่ชอบเกี่ยวกับเขา เมื่อคุณกรอกแล้วเขาก็จะให้กางเกงแรงเลอร์คุณอีกตัวหนึ่ง" นี่คือยุทธวิธีสร้างแบรนด์ที่ยังคงช่วยสร้างอนาจักรเสื้อผ้ากีฬามาถึงทุกวันนี้ ถ้าคุณอยากดูว่ามีโรดิโอคาวบอยกี่คนที่ใส่แรงเลอร์ คุณอาจจะทึกทักเอาได้ว่า แรงเลอร์ยังคงแจกมันเหมือนเดิม(เพราะแทบทุกคน) แต่ความจริงก็คือ ความภักดีต่อตราแรงเลอร์ ถูกส่งต่อจากคนรุ่นต่างๆ ต่อๆ ไปเหมือนกับหัวเข็มขัดแชมเปี้ยนนั่นเอง เชอรี่ เซอร์วี(Sherry Cervi) นักแข่งขี่ม้าอ้อมถังที่เข้าแข่ง National Final Rodeo ครั้งที่ 11 กล่าวว่า "ตลอดชีวิต ฉันไม่เคยเห็นพ่อของฉันใส่ยีนส์ยี่ห้ออื่นใดนอกจากแรงเลอร์" แน่นอนว่า แรงเลอร์เป็นสปอนเซอร์ในการแข่งให้แก่เชอรี่ในครั้งนี้ด้วย

แรงเลอร์ 13MWZ แบบต่างๆ
-Official Pro Rodeo competition, original fit, Cowboy Cut, rigid 13MWZ
-13MWZ Original fit, premium wash
-31MWZ-relaxed fit-rigid รุ่นนี้น่าจะได้รับการปรับปรุงจากรุ่น 13MWZ เพราะมีการโฆษณาลักษณะเด่นของมันว่า "This 31MWZ denim jean has a roomier seat & thigh than the 13MWZ jean. Jeans sit comfortably at waist. (มีส่วนที่นั่งและต้นขากว้างกว่า 13MWZ เกาะติดเอวอย่างสะบายๆ)" คิดว่าเป็นแบบเอวสูงที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการขี่ม้ามากกว่าแบบอื่นๆ ซึ่งลักษณะน่าจะคล้ายกับลีัวายส์รุ่น 557 ที่คาวบอยบ๊อบบอกไว้ กางเกงที่ใส่สะบายเวลาขี่ม้าน่าจะเป็นแบบต้นขาและสะโพกหลวมหน่อย เหมือนกางเกงขี่ม้าสไตล์อังกฤษ แต่เขาคงไม่ทำยีนส์ใส้เสียทรงถึงขนาดนั้น









สำหรับลีวายส์ 557 ที่บ๊อบชื่นชอบนั้น ผมไปค้นรูปได้มาบางแบบ ดังนี้









สำหรับการแต่งกายเลียนแบบคาวบอยเพื่อความเท่ห์เฉยๆ โดยไม่ได้คิดถึงความสะดวกสบายในการทำงานแบบคาวบอยจริงๆ ก็มีคำแนะนำในการเลือกซื้อยีนส์แบบคาวบอยจาก AJ’s Western Wear ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เชี่ยวชาญทางการจัดหา รับตัดและขายเสื้อผ้าคาวบอย แต่ไม่ขายยีนส์ โดยให้เลือกซื้อยีนส์เอาเอง เขาแนะนำไว้ดังนี้

ยีนส์สำหรับคาวบอย
คาวบอย แท้จะใส่กางเกงยีนส์ค่อนข้างรัดรูปพร้อมหัวเข็มขัดใหญ่ๆ นี่ดูเหมือนจะออกขี้เก๊กหน่อยๆ แต่นักขี่อาชีพต้องใช้ยีนส์ฟิตๆ เพื่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวก มันไม่เหมือนยีนส์หลวมๆ ที่คุณเห็นใส่กันในเมือง นักขี่ตัวจริงต้องใช้ยีนที่ค่อนข้างฟิต (ใช้ยีนส์ยืดก็น่าจะดีนะ ผมว่า)
Denim(ผ้าฝ้ายลายสอง) คือวัสดุตัดเสื้อผ้าที่ทนทานที่สุดที่มีการผลิตขึ้นมา กางเกงฝ้าเดนิมเริ่มใช้กันโดยคนงานเหมืองแร่ในคาลิฟอร์เนียในยุคตื่นทอง จากนั้นกลายเป็นที่นิยมของคาวบอยทั่วประเทศภายในเวลาไม่นาน ไม่มีอะไรที่จะทนทานต่อสภาพเลวร้ายหรือภูมิประเทศที่ขรุขระได้ดีเท่ากางเกง ยีนส์ คนงานในไร่ปศุสัตว์ส่วนมากชอบใส่มันโดยกว่าจะซักสักครั้งก็นานมาก เนื่องจากผ้าเดนิมซ่อนฝุ่นได้ดี

ข้อแนะนำในการเลือกยีนส์คาวบอย(Cowboy Jeans Buyer's Guide)
เมื่อ จะซื้อยีนส์คาวบอย ให้แน่ใจว่าคุณกำลังมองหากางเกงที่ยาวกว่าที่คุณใส่ปรกติเล็กน้อย ถ้าคุณอยากมีบุคลิกแบบตะวันตก คุณคงจะต้องใส่รองเท้าบู๊ตที่มีซ่นสูงหน่อย ต้องให้ปลายขากางเกงลงไปอยู่ใต้ตาตุ่มเพื่อให้ดูเข้าท่า แนวโน้มไม่นานมานี้คนแต่งกายแนวนี้นิยมยัดปลายขากางเกงลงในรองเท้าบู๊ต ถ้าคุณจะทำแบบนั้น คุณก็ควรจะหายีนส์ที่ปลายขาเรียวเล็กลง
ดูรูปเว็บไซต์ของเขา และรูปคาวบอยนักปล้ำวัวตัวจริงก็แล้วกัน จะเห็นว่าเขาเลือกยีนส์แบบใหนที่เ่หมาะกับการทำงานของเขา




เท่าที่เห็นขณะนี้ ลีวายส์คงไม่เน้นตลาดพวกคาวบอยมากนักเพราะมีจำนวนน้อยกว่าคนในเมืองทั่วไป การหารุ่น 557 คงเป็นเรื่องยาก แต่ก็มียีนส์รุ่น 517 ที่ sheplers.com บอกว่าเป็นยีนส์รุ่นที่พวกคาวบอยชอบใช้กันมากสุด คิดว่าน่าจะเป็นคำตอบว่า ทำไมเขาหยุดผลิตรุ่น 557 เพราะรุ่น 517 ก็เหมาะกับการใช้งานของคาวบอยอยู่แล้ว





อ้างจาก: Marlboro Man ที่ พฤศจิกายน 14, 2009, 10:33:19 pm
"ขอบคุณอาจารย์ Lonesome Dove มากครับ ที่นำความรู้เกี่ยวกับคาวบอยมาเผยแพร่แก่สมาชิก

ในสนามแข่งโรดิโอจะเห็นโฆษณาแรงเลอร์มากกว่าลีวาส์"
ไม่ใช่แค่โฆษณาเท่านั้นนะครับ เขาเป็นสปอนเซอร์หลัก เป็นเจ้าสนามเลยทีเดียว ไม่นับเป็นสปอนเซอร์ให้ทีม หรือนักกีฬาโรดิโอเดี่ยวแข่งประเภทต่างๆ อีกมากมาย
อย่างที่เขียนไว้แล้ว แรงเลอร์เซ็นสัญญากับ PRCA (Professional Rodeo Cowboys Association) ขอเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันโรดิโอของสมาคมนี้ตั้งแต่ปี 1947 ที่เมดิสันสแควร์ซึ่งยุคนั้นการแข่งขันยังเป็นแบบรัฐต่างๆ แยกกันจัดของใครของมัน และรุกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมีการจัดการแข่งขันรอบสุดท้ายระดับชาติหรือ National Final Rodeo (NFR)ในปี 1959 เป็นต้นมา เขาก็ยังเป็นรายใหญ่รายหนึ่ง
ในปี 1985 มีการย้ายการแข่ง NFR จากรัฐโอกลาโฮมา มาที่ลาสเวกัส แรงเลอร์ยิ่งได้โอกาสมากขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในเรื่องยีนส์และเสื้อผ้าโรดิโอคาวบอย เขาถึงกับซื้อสิทธิ์เป็น first title sponsor ในปี 2001 ซึ่งทำให้ชื่อการแข่งขันเปลี่ยนจาก NFR มาเป็น WNFR หรือ Wrangler National Final Rodeo

นี่คือยุทธวิธีหาเงินจัดกิจกรรมกีฬาของสมาคมต่างๆ ของฝรั่ง เพื่อให้สามารถส่งเสริมกีฬาที่ตนเองชอบให้อยู่ต่อไปได้ เขาก็ต้องทำแบบนี้แหละครับ เขาไม่ยึดติดกับศักดิ์ศรีอะไรมาก ขอให้ได้เงินมาเพิ่มรางวัลแก่นักกีฬาและสามารถรักษาประเพณีไว้ก็พอแล้ว แม้ชื่อจะเปลี่ยนก็ยอม ดีกว่าปล่อยให้มันฟอดหายไป

แต่อย่าเพิ่งทึ่งว่า แรงเลอร์ช่างยิ่งใหญ่อะไรอย่างนี้นะครับ เพราะพี่ไทยเราก็ทำอย่างเขาเหมือนกัน เจ้าพ่อกระทิงแดงของเราก็เป็น first title sponsor การแข่งขันกีฬาใหญ่ระดับโลกเหมือนกัน อย่างเช่น การแข่งขันมอเตอร์ไซวิบากระดับโลกในยุโรป Red Bull Romaniacs หรือ Red Bull Enduro ก็ถูกซื้อชื่อการแข่งขันมาเหมือนกัน คิดแล้วก็น่าภูมิใจ เครื่องหมายการค้าที่สะกดภาษาอังกฤษผิดๆ แบบไทย คือคำว่า Red Bull ซึ่งในตรามีวัวสองตัว ที่ถูกควรจะเขียนเป็น Red Bulls แต่คนจดทะเบียนลืมตัว s ตอนนี้มันก็ยังกลายเป็นเครื่องหมายการค้าที่รู้จักกันไป 130 กว่าประเทศทั่วโลกได้ แถมยังเป็นสปอนเซอร์กีฬาใหญ่ๆ อย่างการแข่งรถ formula one ด้วย การแข่งขันพวกออฟโรด หรือเสือภูเขาในยุโรปและอเมริกาบางราย หาก Red Bull ถอนตัวก็แทบจะล้มไปเลยก็มี
ลองดูตรา แรงเลอร์ในโลโกของ NFR เทียบกับ Red Bull ในโลโกการแข่งมอเตอร์ไซวิบากระดับโลก Red Bull Romaniacs เทียบกันดูครับ และคงจะรู้สึกภูมิใจแบบไทยๆ ได้ว่าเราไม่แพ้แรงเลอร์เหมือนกัน...









Relate