ศูนย์รวมบทความคาวบอย อินเดียนแดง เม็กซิกัน

ประวัติศาสตร์อเมริกา

บทความจาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 ธันวาคม 2548
 
1803 ---ประธานาธิบดี โธมัส เจฟเฟอร์สัน ทุ่มเงิน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ซื้อ หลุยส์เซียนา จากฝรั่งเศส ทำให้ชายแดนตะวันตกขยายออกไปครอบคลุมถึงเทือกเขาร็อคกี้
 
1804 ---ประธานาธิบดีเจฟเฟอร์สัน ส่งเมอริเวตเทอร์ หลุยส์กับวิลเลียม คลาร์ก ออกสำรวจมลรัฐหลุยส์เซียนาที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ทั้งคู่ใช้เวลาสำรวจ"ตะวันตก"อยู่นานสองปี และย่ำเท้าไปทั่วแดนตะวันตกเป็นระยะทางกว่า 7,700 ไมล์ การสำรวจครั้งนี้ทำให้อเมริกาตีขลุมอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดน โอเรกอน
 
1807 --- พรานภูเขานาม จอห์น โคลเธอร์ สำรวจพบความอลังการของ เยลโลว์สโตน
 
1809---นักดักสัตว์ พรานภูเขา นักสู้อินเดียนแดงหัวเห็ด แมวมอง และอีกสารพัดนัก หรือแม้แต่วีรบุรุษแห่งสงครามเม็กซิกัน นาม คิต คาร์สัน ถือกำเนิดที่ เมดิสันเคาน์ตี้ เคนทักกี
 
1811---ผู้อพยพชาวเยอรมัน นาม จอห์น เจค็อบ แอสเตอร์ สถาปนา พอร์ต ออฟ แอสโตเรีย ขึ้นที่ โอเรกอน เขาร่ำรวยขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีคนแรกก็จากการค้าเฟอร์ที่เขาเกือบจะกลายเป็นผู้ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว
 
1812---หลุยส์เซียนา กลายมาเป็นมลรัฐที่ 18 ของสหรัฐอเมริกา
 
1821---วิลเลียม เบ็คเนลล์ พ่อค้าจากมิสซูรีเดินทางไกลกว่า 780 ไมล์ จาก อินดิเพนเดนช์ มอนตานา รอนแรมมาจนถึง ซานตาเฟ่ ในเขต นิวเม็กซิโก อันเป็นการเปิดเส้นทางสาย "ซานตาเฟ่ เทรล" นำร่องเส้นทางการค้าวัวมายาวนานจนกระทั่งรางเหล็กวางมาถึงในปี ค.ศ.1880
 
1825---แหล่งชุมนุมของนักดักสัตว์หรือที่รู้จักกันในนามคนภูเขาแห่งแรก เปิดสถานีการค้าขึ้นในแถบเทือกเขา ร็อคกี้ โดยมีเหล่าพ่อค้าขนเฟอร์เป็นผู้สนับสนุน เพื่อเปิดสถานีให้เป็นแหล่งซื้อขาย"ของป่า" และแหล่งหาเสบียงอาหาร กระสุนปืนของพรานดักสัตว์ที่บุกลึกเข้าไปดักจับบีเวอร์ถลกหนังของมันออกมาขาย
 
พรานดักสัตว์และคนภูเขาที่กระฉ่อนนามจนกลายเป็นตำนานก็ อาทิ โคลเธอร์,จิม บริดเจอร์ ,เจด สมิธ, บิล ซับเล็ตเต้ และจิม เบ็กเวิร์ด ได้เรียนรู้จากการแกะรอยเส้นทางลัดเลาะของอินเดียนแดง รุกคืบเข้าไปในเทือกเขาร็อคกี้ เส้นทางแห่งชีวิตของพรานภูเขาเหล่านี้ เลือนรางไปหลังปี 1839 เมื่อช่างทำหมวกในยุโรป เริ่มเปลี่ยนวัสดุจากขนบีเวอร์มาเป็นไหมจากจีนแทน
 
1830--- สภาครองเกรสผ่านกฎหมายอพยพอินเดียน ทำให้มีการอพยพเคลื่อนย้ายอินเดียนแดงพื้นเมือง จากภาคใต้ขึ้นไปยัง โอกลาโฮมา ทางภาคเหนือมีอินเดียนที่ต้องทนทุกข์ทรมานและล้มตายลงระหว่างทางเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็น "TRAIL OF TEARS"
 
1832---ศิลปินจากเพนซิลวาเนีย นาม จอร์จ แทคลิน นักเพนเตอร์เกี่ยวกับตะวันตกคนแรกได้ไปเยือน เดอะ เกรทเพลน (The Great Plains) เป็นหนแรก
 
1836---เพราะติดตามคณะมิสชันนารีของสามี ที่ออกเดินทางไกล 4,000 ไมล์ จาก นิวอิงแลนด์ สู่ โอเรกอน จึงทำให้ นาร์ซิสก้า วิทแมน กับ เอลิซ่า สปอลดิ้ง คือหญิงผิวขาวคู่แรกที่ข้ามเทือกเขาร็อคกี้ได้สำเร็จ และในปีรุ่งขึ้นใน ค.ศ.1837 ดร.วิทแมน ก็ทำคลอดเด็กผิวขาวคนแรกที่เกิดบนแผ่นดินใหม่ ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
 
1841---พวกตั้งรกรากเริ่มตั้งต้นอพยพสู่ตะวันตก มุ่งหน้าตามรอยทาง โอเรกอนเทรล
 
1842---โรงแรมแห่งแรกในฟากตะวันตกของเทือกเขาร็อคกี้ ก็เปิดทำการโดย ซิดนีย์ มอสส์ ที่ โอเรกอน ซิตี้ โดยนักเดินทางต้องจ่ายอาทิตย์ละห้าดอลลาร์แล้ว จะได้นอนห่มผ้าบนพื้นกระดาน
 
1843---จอห์น เจมส์ ออดูบอน ใช้เวลากว่าเจ็ดเดือนครึ่ง ไปตามเก็บตัวอย่าง "นกแห่งอเมริกา" (Birds of America) ที่ขุนน้ำมิสซูรี
 
1845---เท็กซัส เข้าเป็นรัฐที่ 28 แห่งสหรัฐ และเปิดฉากสงครามระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโก หลังสิ้นสงครามในอีกสามปีต่อมา ทำให้พื้นที่ไม่ต่ำกว่า 525,000 ตารางไมล์ กลายเป็นของสหรัฐอเมริกา กินบริเวณตั้งแต่ แคลิฟอร์เนียร์ เนวาด้า ยูทาห์ และบางส่วนของ โคโลราโด ไวโอมิ้ง อริโซน่า และนิวเม็กซิโก
 
1846---เกิดกรณี "ห้าสิบสี่จุดสี่ศูนย์ " เนื่องจากกรณีพิพาทเรื่องเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างสหรัฐกับอังกฤษ
 
1847 -คณะของดอนเนอร์ที่อพยพไปยังแคลิฟอร์เนีย ก่อนเริ่มต้นฤดูหิมะถล่ม จนไปติดกับ ถูกบล็อกไว้ที่ เซียเออร่า นานกว่าสามเดือน และสุดท้ายเหลือผู้รอดชีวิตเพียงครึ่งเดียว จากจำนวน 89 คนรอดตายมาได้เพียง 45 คน โดยในจำนวนที่รอดตายมาได้นี้ ต้องทนกินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเองที่เพิ่งตายลงใหม่ๆ
 
1848 "ตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งในเดือนมกราคม อากาศยามรุ่งอรุณค่อนข้างเย็นสดใส มันเป็นเช้าที่ผมจะไม่มีวันลืมเลย" เจมส์ มาร์แชล พูดไว้ หลังจากเขาออกวิ่งเล่นและถูกประกายทองสะท้อนเข้าตา อันเป็นการเริ่มต้นแห่งกระแสการ"ตื่นทอง"
 
1851 "GO WEST YOUNGMAN" ข้อความนี้ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก ในบทความของ จอห์น แบบโซน ใน ดิ เอกซเพรส เพื่อปลุกกระแส พิชิตตะวันตก
 
1852 เฮนรี่ เวลล์ กับ วิเลเลียม ฟาร์โก้ ก่อตั้งบริษัทรถโดยสารด่วน "Statecoach" สนองกระแสตื่นทองและแร่เงินทางภาคตะวันตก
 
1853 ลีวาย สเตร้าส์ เปิดร้านตัดกางเกงขึ้นที่ ซานฟรานซิสโก และอีกยี่สิบกว่าปีต่อมา จาค็อป เดวิด ก็เริ่มตัดกางเกงจากผ้าเสิร์จ เด นิม(serge de Nimes)ที่ใช้ทำผ้าใบคลุมเกวียน
 
1859 "เหมืองมหาภัย" ( The Comstock Lode) เหมืองเงินที่ร่ำรวยที่สุด ซึ่งมีการค้นพบที่เวอร์จิเนียร์ ซิตี้ เนวาด้า ขุดแร่เงินได้เกิน 192 ล้านออนซ์ ขุดทองคำได้ 8 ล้านออนซ์ พลอยทำให้ธุรกิจบันเทิงสาขาอื่นๆ แห่กัน"บูม"ขึ้นมาด้วย
 
ในปีเดียวกันนี้เองที่ "Henry McCarty" ที่รู้จักกันในฉายานาม "บิลลี่ เดอะ คิด" ก็พ้นจากครรภ์มารดาออกมาดูโลกที่ นิวยอร์ก ซิตี้ ชั่วชีวิตอันแสนสั้นเพียง 22 ปีของเขา คุยว่าฆ่าคนมาแล้วทั้งสิ้น 21 ศพ
 
1860 "โพนี่เอกซเพรส" ทะยานม้าด่วนเที่ยวแรกออกจาก เซ็นต์โจเซฟ มอนตานา เพื่อไปส่งจดหมายที่ซาคราเมนโต้ แคลิฟอร์เนียร์ คิดค่าบริการจากน้ำหนักพัสดุภัณฑ์ตั้งแต่ ออนซ์ละ 2 ถึง 10 ดอลลาร์ ระยะเวลาเดินทางราวสิบวัน แต่เปิดบริการได้เพียง 20 เดือนให้หลัง ม้าด่วนตัวนี้ก็ถูกฆ่า เพราะสายโทรเลขที่มาถึง
 
1862 สภาครองเกรสออกกฎหมายสามฉบับเพื่อเปิดทางสู่ภาคตะวันตก รวมทั้งกฎหมายเวนคืนที่ดินสร้างทางรถไฟมหากาฬ สาย ทราน แปซิฟิก เชื่อมตะวันออกกับตะวันตกที่จะนำความเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ มาสู่ตะวันตกที่เคยตลบไปด้วยฝุ่นผงจากกีบม้าแบบก้าวกระโดดยาวอีกวาระหนึ่ง
 
1865 "The Celebrated Jumping Frog of Calaveras County" หนังสือเกี่ยวกับตะวันตกเรื่องแรกของ มาร์ค ทเวน ได้รับการตีพิมพ์ออกเผยแพร่
 
1866 เจสสี คิสโฮล์ม พ่อค้าสองสายเลือด ไอริช-เชโรกี ก็เปิดเส้นทางการค้าจากชายแดนภาคใต้ของเท็กซัสขึ้นเหนือ สู่ อะบีลีน แคนซัส และกลายเป็นเส้นทางต้อนวัว "คิสโฮล์ม เทรล"(Chisholm Trail" ) ของบรรดา"นายฮ้อย"ตะวันตก ที่พากองคาราวานวัวไปขึ้นรถไฟ
 
และก็เช่นเดียวกันที่รางเหล็กกับลวดหนามนั่นเองที่ปิดฉากชีวิตอันน่าตื่นเต้นแบบนอนกลางดินกินกลางทรายของพวกเด็กหนุ่มต้อนวัว(คาวบอย) ต้องถึงกาลอวสาน ทิ้งไว้แต่ตำนานให้เล่าขาน
 
ปีเดียวกันนี้เองที่สองศรีพี่น้องตระกูล เจมส์ ก็เปิดฉากปล้นธนาคารขึ้นเป็นครั้งแรก และหลังจากนั้นก็ปล้นดะมันเรื่อยไป ตั้งแต่รถม้าโดยสาร สเตจโค้ช จนแม้กระทั่งรถไฟ ก่อนที่เจมส์ผู้น้อง(เจสสี เจมส์) จะมาถูกยิงตายในปี 1882 ส่วนแฟรงก์ เจมส์ ผู้พี่มีชีวิตยืนยาวมาได้จนถึง ค.ศ.1915
 
1868 "The Luck of Roaring Camp" เรื่องสั้นของ เบิร์ต แฮรี่ (Bret Harie )ตีพิมพ์จำหน่ายครั้งแรก ใน ซานฟรานซิสโก โอเวอร์แลนด์ มันท์ลีย์
 
1869 ทางรถไฟสายตะวันตก เซ็นทรัล แปซิฟิก ก็มาบรรจบกับสาย ยูเนี่ยน แปซิฟิก จาก โอมาฮ่า ที่ โปรมอนทอรี่
 
จอห์น เวสลีย์ เพาเวล นักธรณีวิทยาแขนเดียว ก็สร้างตำนานของเขาด้วยการย้อนทวนลำน้ำ โคโลราโด เข้าไปใน แกรนด์แคนยอน และหลังจากนั้นอีกสามปี เยลโลว์สโตน ก็กลายมาเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของโลก
 
1872 ดอดจ์ ซิตี้ แคนซัส กลายเป็นเมือง"นายฮ้อย"ค้าวัวที่โด่งดังที่สุด พลุกพล่านที่สุด ใหญ่ที่สุด ซึ่งดึงดูดให้คนแปลกหน้าเข้ามากันคลาคล่ำ และบรรดาคนร้อยพ่อพันแม่ไร้หัวนอนปลายตีนเหล่านี้ ก็พร้อมที่จะชักปืนใส่ผู้รักษากฎ(หมาย)ทันที
 
ในปีนี้เองที่ เซน เกรย์ (Zane Grey) นักเขียนแนวตะวันตกรุ่นแรกๆ ก็เกิดที่ โอไฮโอ เขาเคยไปเป็นทันตแพทย์ฝึกหัดที่นิวยอร์กซิตี้ ก่อนจะหันมาเขียนนิยายเกี่ยวกับ"ตะวันตก"จนโด่งดัง ไม่ต่ำกว่า 50 เรื่อง หนังสือของเขาขายได้มากกว่า 40 ล้านเล่ม หนังสือขายดีที่สร้างชื่อให้เขา "Riders of the Purple Sage" ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1912
 
1873 บริษัท วินเชสเตอร์ รีพีทติ้ง อาร์มส์ แห่งนิวเฮฟเว่น ผลิตปืนวินเชสเตอร์ ขนาด .44 แบบยิงซ้ำต่อเนื่องได้ ออกจำหน่ายจนกลายเป็นตำนานว่า นี่แหละคือ "ปืนปราบตะวันตก"
 
ซานฟรานซิสโก สร้างเคเบิลคาร์ขึ้นเป็นแห่งแรกของโลก
 
1876 สงครามแห่ง ลิตเติลบิ๊กฮอร์น มอนตาน่า ที่ทำให้นายพล จอร์จ ซี คัสเตอร์ ต้องถูกเครซี่ ฮอร์ส กับ ซิตติ้ง บูล นำนักรบเผ่าซูกับไซอันเข้าล้อมกรอบกองทหารม้าที่ 7 จนไม่มีใครเหลือรอดไปได้
 
"ไวลด์ บิล" ฮิชค็อก หรือ เจมส์ บัตเลอร์ นักเลงชายแดน แมวมองมือดี แม้กระทั่งนายอำเภอหัวเห็ดแห่ง อะบีลีน เมืองค้าวัวและนักเลงชายแดนก็ถูกยิงตายในวงโป๊กเกอร์ที่ เดดวู้ด ไพ่ที่เขาถือค้างอยู่ในมือ คือ เอซ กับ แปด
 
1877 เครซี่ ฮอร์ส ที่นำเผ่าซูกับไซอัน เข้าเล่นงานนายพล คัสเตอร์ ถูกฆ่าตายที่ ฟอร์ต โรบินสัน เนบราสก้า คนที่ลงมือฆ่าเขาเป็นทหารที่อ้างว่า เครซี่ ฮอร์ส กำลังจะหลบหนี
 
1880 ทอม มิกซ์ พระเอกคาวบอยในยุคหนังใบ้ เกิดที่ มิกซ์รัน
 
1881 "การดวลครั้งยิ่งใหญ่" ที่คอกม้า โอ.เค.คอร์แรล ระหว่างพี่น้องตระกูล แคลนตัน นักเลงเจ้าถิ่นกับพี่น้องตระกูล"เอิร์บ" และด็อค ฮอลิเดย์ ก็เปิดฉากการดวลอันยิ่งใหญ่เพื่อสร้างตำนานแห่งยุคสมัยของตน
 
1883 บั๊ฟฟาโล บิลล์ โคดี้ เปิดการแสดง ไวลด์ เวสต์ โชว์ รอบปฐมทัศน์ของเขา
 
1886 หนังสือ ฮาร์เปอร์ วิคลี่ย์ นำภาพเขียนของ เฟรดเดอริก เรมิงตัน ขึ้นปก อันเป็นการเปิดน่านฟ้าให้ทั้งคู่ ระหว่าง เฟร็ดเดอริก เรมิงตัน กับ ชาร์ลส์ เอ็ม รัสเซล ขึ้นสู่ทำเนียบนักวาดภาพตะวันตกมืออาชีพที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
 
1890 เกิดการ "ฆาตกรรมหมู่" ที่ "วู้ดเด็ดนี่" เซ้าท์ ดาโกต้า เมื่อมีการสังหารหมู่อินเดียนแดงเผ่าซู โดยไม่เลือกลูกเล็กเด็กแดงจำนวนมากถึง 300 ศพ การล้อมฆ่าหมู่ครั้งนี้เป็นผลงานของทหาร และปีเดียวกัน ซิตติ้งบูล ผู้นำที่มีชื่อเสียงและทรงบารมีเป็นที่ยอมรับในหมู่อินเดียนแดงพื้นเมืองมากที่สุด ก็มาถูกฆ่าตายลงอีกศพที่ สแตนดิ้งร็อค รวมทั้ง ฮังปาป้า แต่คราวนี้เป็นฝีมือของตำรวจ
 
1901 "ทองคำดำ" (-นอกเหนือจากฝิ่น) - น้ำมันดิบหยดแรกจากบ่อ อีสต์เท็กซัส สปินเดิลทอป เวลล์ ก็พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ในอัตราวันละ 75,000 บาร์เรล อันเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งหน้าประวัติศาสตร์ของตะวันตก และพลิกหน้าประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาให้ผงาดขึ้นสู่ยุคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ จนกลายเป็นมหาอำนาจถึงวันนี้
 
รถไฟหมดยุคจากเติมพลังงานด้วยถ่าน มาเป็นน้ำมันดีเซล ราวกับจะเป็นการเตรียมตัวสู่ยุคใหม่ที่ก้าวกระโดดยิ่งกว่าในกาลต่อมา ยุคแห่ง"คอมพิวเตอร์" และ"ไฮ-เทคโนโลยี" ที่ยังไม่ใครรู้ว่า อนาคตของ"ตะวันตก"จะเปลี่ยนแปลงไปฉันใดอีก

Relate