ศูนย์รวมบทความคาวบอย อินเดียนแดง เม็กซิกัน

มือใหม่อยากเป็นคาวบอย ทำไงดี??

มือใหม่อยากเป็นคาวบอย ทำไงดี??
คำถามโดย SHERIFF เมื่อ 13 สิงหาคม 2554
เนื่องจากมีสมาชิกใหม่ อยากรู้ว่า เครื่องแต่งกาย คาวบอย - คาวเกกิร์ล - อินเดียน มีประโยชน์อย่างไร บ้าง จึงอยากจะรบกวนท่านสมาชิก ผู้รู้ ช่วยน้องใหม่หน่อย








ตอบโดย webmaster เมื่อ 15 สิงหาคม 2554
How to be a cowboy อยากเป็นคาวบอย ทำไงดี
มีหนังสือ Cowboy ของ DK Publishing ทำไว้ให้ศึกษา ลองมาชมดูครับ








เสื้อคาวบอย นอกจากดูสวยงามแล้ว ยังมีประโยชน์คือกันแดด กันลมและความหนาวเย็น ใครที่ซื้อเสื้อเชิ๊ตนำเข้ามา มักจะได้เสื้อเชิ๊ตที่ผ้าหนาๆ อากาศของที่นั่น บางพื้นที่กลางวันร้อนได้สุดๆ แต่กลางคืนหนาวเหน็บถึงขั้นมีแม่คะนิ้งเป็นเรื่องปกติ คาวบอยจึงต้องใส่ลองจอห์น ไว้ข้างใน ซึ่งดูเหมือนชุดนอนที่สวมตั้งแต่เท้าขึ้นมาถึงคอ เสื้อแขนยาว คาวบอยเลือกหนังกวาง เพราะอ่อนนุ่ม หาง่าย(บ้านเขากวางเยอะ มีการเปิดฤดูล่ากวาง) ในหน้าหนาว โดยเฉพาะทางตอนเหนือเช่น แคนาดา นอกจากหิมะจะตกแล้ว ลมยังแรงอีกด้วย
ชุดคาวบอย นอกจากใส่ลองจอห์น ข้างใน สวมเสื้อเชิ๊ตแล้ว ก็ยังมีเสื้อหนังแขนยาวอีกชั้น ที่บางคนเรียก บั๊กสกิน








เสื้อมีหลายแบบ ทั้งเพลนเชิ๊ต plain shirt ที่เดิมเป็นชุดที่ชาวไร่ใส่ทำงานในไร่ แต่ได้พัฒนามาเป็นเสื้อกระดุมโลหะ และกระดุมมุข หรือกระดุมเป็ก โดยจุดหมายของการพัฒนากระดุมคือ การถอดใส่ ที่เร็วสะดวกสบาย ไม่ทำให้กระดุมขาด เสื้อคาวบอย นิยมใส่กันทั้งแบบ ทหารม้า ซึ่งก็ประยุกต์แบบมาจากทหารม้าอเมริกันนั่นเอง แบบปักลายที่ไหล่ซ้าย-ขวา ซึ่งนิยมในหมู่นักดนตรี และนักแข่งวัวโรดีโอ








ที่ผูกผ้าพันคอ เป็นแบบของ ชาโร่ charro หรือคาวบอยเม็กซิกัน ที่แสดงให้รู้ว่าเป็นคาวบอยจากไร่ของใครจนปัจจุบัน พัฒนามาเป็นผ้าผูกคอสวยๆ แต่กลุ่มโจร เอาผ้าผูกคอมาคลุมหน้าเพื่อปิดไม่ให้ใครเห็นหน้าในการปล้น








ที่เห็นภาพอธิบายว่า เกาโช่ นั่นคือต้นแบบของชุดคาวบอยครับ เกาโช่เป็นชุดคนงานต้อนฝูงสัตว์แบบสเปน แล้วพัฒนามาเป็น ชาโร่ (charro)ซึ่งก็คือคาวบอยในแบบของสเปนนั่นเอง
****** คาวบอยเป็นผู้ชายที่รักษาเขตแดน บนทุ่งหญ้าในที่ใดก็ตามที่เริ่มเลี้ยงวัวและมีม้าป่า คาวบอยอาศัยและทำงานที่นอกเหนือจากการรักษาความปลอดภัยของการตั้งถิ่นฐานและความสะดวกสบายของอารยธรรม เป็นการทำงานของลูกผู้ชายที่เป็นอิสระและต้องพึ่งพาตนเองจำเป็นต้องใช้ความกล้าหาญและความอดทน คาวบอยจึงเชื่อว่าการทำงานของพวกเขาทำให้พวกเขาแตกต่างจากคนอื่น ๆ และภาคภูมิใจในชีวิตของพวกเขา บางครั้งเจ้าหน้าที่และชาวเมืองมองอีกมุมหนึ่ง ในสหรัฐอเมริกาและอาร์เจนตินาคาวบอยและ gauchos ได้ถือว่าเป็นอันตราย แต่ในทั้งสองประเทศในที่สุดก็นำพวกเขามาเป็นสัญลักษณ์ที่ทั้งประเทศชื่นชม กระบวนการนี้อาจจะได้ไปไกลที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่คาวบอยได้กลายเป็นศูนย์กลางของตำนานที่สร้างขึ้นบน ไวล์ด เวสท์ และ ฮอลลีวู๊ด ทำให้ตำนานนี้ดำรงอยู่และมีชีวิต ด้วยให้คาวบอย คาวเกิร์ลโลดแล่นบนแผ่นจอ แต่ที่ได้เห็นยังน้อยนิดนัก








คาวบอยแห่งอเมริกาใต้
คนขี่ม้าที่ดูแลฝูงวัวแห่งที่ราบของอเมริกาใต้มีชื่อเรียกหลากหลาย เกาโช่ ใน อาเจนติน่าและอุรุกวัย ลานีโร่ ในเวเนซูเอล่า ฮัวโซ่ ในชิลี ถึงจะหลากหลายแต่ล้วนรักความเป็นอิสระเหมือนๆกัน








คาวบอยที่มีชื่อเสียงในอเมริกาเหนือ
คาวบอยอเมริกันทางเหนือ มีชื่อเสียงที่สุดในโลกเนื่องจากบทบาทจินตนาการของพวกเขาในตะวันตก ในความเป็นจริง งานของพวกเขาเป็นเรื่องยาก, น่าเบื่อมักจะเป็นอันตรายบางครั้งและรายได้ไม่ดี นี่เป็นความมั่งคั่งในระยะสั้นของโคอเมริกันช่วงที่กำลังบูม (ค.ศ.1866-1887), หมายความว่าส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาว หลาย ๆ คนเป็นแองโกลอเมริกัน บ้างที่สำคัญก็เม็กซิกัน, แอฟริกันที่และชนพื้นเมืองอเมริกันมักจะถูกละเลย บางทีอาจจะมีน้อยกว่า 35,000 คาวบอยที่เลี้ยงวัวไปตามเส้นทางหรือในทุ่งกว้าง


ม้า สำหรับงานหนัก
ม้าของคาวบอยมักจะเป็น Mustang เป็นม้าสืบเชื้อสายมาจาก แอนดาลูเชี่่ยน ของ สเปนที่มีสายพันธุ์ในป่า การตั้งชื่อ ตั้งจากจาก mesteña ในภาษาสเปนที่ใช้ต้อนฝูงสัตว์ มัสแตง อดทน แกร่ง, และรวดเร็ว จาก ค.ศ. 1900, ม้าป่ามัสแตงถูกฆ่าสำหรับสัตว์เลี้ยง จนกระทั่งมีการคุ้มครองตามกฎหมายในปี ค.ศ. 1970



ต้นสายของความเป็นคาวบอย เป็น เกาโช่ หรือ เกาโจ คนเลี้ยงวัว เลี้ยงสัตว์ ในทุ่งหญ้าของ อาเจนติน่า และที่ราบที่ต่อกันไปถึง สเปน พวกเขาขี่ม้าต้อนฝูงสัตว์กันมาก่อนจะค้นพบ อเมริกา จนเมื่อ สเปน เข้ามาทวีปอเมริกา คนเลี้ยงสัตว์เหล่านี้ถูกเรียกว่า charro
ชาโร่ ทำงานเฝ้าฝูงสัตว์ ด้วยความที่งานต้องกรำแดด กรำฝน จึงปรับปรุงชุดที่ใช้งาน โดยใช้หมวกปีกกว้่าง ซึ่งคนเม็กซิกันเรียกว่า Sombrero (ซอมเบรโร)
สเปน เข้ามามีอิทธิพลในเม็กซิโกก่อน และแผ่ขยายมาจนถึงแคลิฟอร์เนีย เมื่ออังกฤษ และประเทศอื่นๆ ยกพลพรรคมาหาอาณานิคมใหม่ บนอเมริกา
วัฒนธรรมของผู้ดีอังกฤษ ที่นิยมสวมหมวก ทำให้เกิดการพัฒนาเครื่องแต่งกายของคนงานเลี้ยงฝูงสัตว์ เพราะเนื่องจาก เหล่าผู้ดีอังกฤษ ไม่นิยมชมชอบคนเม็กซิกันนัก ลูกจ้างของเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของหาร์มบนอาณานิคมใหม่ในอเมริกา จึงนิยมจ้างลูกจ้างเชื้อสาย ไอริช มากกว่า เพราะคุ้นเคยกันดี เมื่อครั้งอยู่อังกฤษ ก็มีคนไอริชเป็นลูกจ้าง เครื่องแต่งกาย ที่แรกๆ คล้ายกับ ชาโร่ ของเม็กซิกัน ก็ปรับเปลี่ยนไป หมวกได้เป็นแบบ 10 gallons ลักษณะเหมือนหมวกคาวบอยปัจจุบัน แต่ทรงสูง ประมาณว่าตักน้ำได้ 10 แกลลอน และเรียกคนงาน ดูแลฝูงสัตว์ว่า คาวบอย เพื่อให้ดูแตกต่างจาก ชาโร่
มีการนำหนังสัตว์มาทำเป็นแผ่นล้อมขากันหนามเกี่ยวในเวลาเดินทางที่เรียกว่า Chaps (แชปส์) กางเกงในยุคแรกของคาวบอย เป็นแสลค ทรงธรรมดา แต่เพราะแสลค บอบบาง ขาดง่าย จึงนำเอาผ้าเต๊นท์(ผ้านำ้ำมัน) มาตัดเป็นกางเกง เหมือนพวกคนงานเหมือง และในที่สุดก็นิยมใส่ยีนส์
นับตั้งแต่ ลีวายส์ ได้รับความนิยมแพร่หลาย มีการทำเครื่องหนังหุ้มข้อมือ และทำถุงมือหนัง เพราะคาวบอยต้องใช้เชือก บ่อยๆ หนังที่หุ้มข้อมือและถุงมือ ช่วยป้องกันไม่ให้มือบาดเจ็บเพราะเชือกบาดจากแรงดึงของวัว เมื่อไล่ต้อนและคล้องวัว
รองเท้าบู๊ท ก็พัฒนามาจากรองเท้าบู๊ทของทหาร จากสูงถึงเข่า ก็ตัดลงครึ่งขา มีการปาดเว้า เพื่อให้ง่ายต่อการถอด-ใส่มากขึ้น ที่ส้นเ้ท้า ติดสเปอร์ เป็นเหล็กมีปลายแหมหรือทำเป็นวงเฟือง เพื่อกระทุ้งสีข้างม้ากระตุ้น ให้ทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
หลายๆสิ่งของการแต่งตัวแบบคาวบอย ได้พัฒนาจนเป็นแฟชั่น ที่มีการนิยมทำให้หรู ดูดี จากเจ้าของฟาร์ม หรือชาวไร่ ที่มีฐานะดี ด้วยการสั่งทำ เครื่องหนังประดับ เงิน และแกะสลัก จนเครื่องหนัง เครื่องเงินเหล่านี้ มีค่ามีราคาขึ้นมา
เมื่อธุรกิจภาพยนตร์เริ่มต้นในอเมริกา ภาพยนตร์คาวบอยตะวันตก เป็นที่นิยมถ่ายทำ จากเรื่องเล่า ตำนานสุดยอด มือปราบตะวันตก สุดยอดโจร และวีรบุรุษคาวบอยอีกมากมาย จนมีศิลปินคาวบอยตะวันตกยอดนิยม มากมาย อาทิ จอห์น เวย์น ยูล บรินเนอร์ ลี แวน คลิฟ คลิ้น อีสวู๊ด
เพลงคันทรี่เมื่อมารวมกับภาพยนตร์ ก็ทำให้แฟชั่นการแต่งกายแบบคาวบอย มีความหรูหราแฟนซียิ่งขึ้นไปอีก อาทิ การแ่ต่งการของ รอย โรเจอร์ส ที่ได้รับฉายา คิง ออฟ เดอะ คาวบอย

คาวเกริล์ ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นลูก เมีย ของคาวบอยที่ช่วยงานในไร่ในฟาร์ม และต้องแต่งตัวแบบเดียวกับคาวบอย แต่เมื่อมีงานรื่นเริง จะคาวบอย หรือ คาวเกิร์ล ก็ต้องแต่งกายให้เรียบหรูดูดี
ชุดและการแต่งการสำหรับออกงานจึงพัฒนามาจนปัจจุบัน ด้วยรูปแบบเสื้อกระดุมมุข เข็มขัดโทรฟี่ รองเท้าบู๊ท ซึ่งรองเท้าในยามออกงาน จะนิยมคู่หรูราคาแพง ทำจากหนังจระเข้ หนังงู หรือ อามาดิลโล่ ผูกโบว์ ไท และพัฒนามาเป็นโบโลไท

Charros และ vaqueros (ชาโร่ และ วาคีโร่) ผู้บุกเบิกในการตั้งถิ่นฐานชาวสเปนของเม็กซิโกในช่วงต้น ค.ศ. 1500 ได้นำวัวเขายาว (Long-Horn) มาจากไอบีเรีย และนำม้า แอนดาลูเชียนเข้าสู่ทวีปนี้ซึ่งไม่มีทั้งม้าและวัวมาก่อน ชาวอาณานิคมหลายคนหันไปเลี้ยงปศุสัตว์ เป็นอาชีพที่ทำกำไร และเป็นเกียรติเพราะเป็นคลังอาหารและปัจจัยในการดำรงชีพทั้งหนัง เนื้อ และไขสัตว์
ในปี ค.ศ. 1848 เม็กซิโกสูญเสียดินแดนจำนวนมากให้แก่อเมริกา การทำฟาร์มปศุสัตว์ได้แพร่ไปสู่เท็กซัส และแคลิฟอร์เนีย เจ้าของฟาร์มที่ร่ำรวย มีการจ้าง ชาโร่ (คนงานเลี้ยงฝูงสัตว์ชาวเม็กซิกัน) และแสดงความมั่งคั่งด้วยการประดับของใช้ด้วยเงิน ซึ่งมาจากเหมืองซาคาเทคาส ทางตอนเหนือของเม็กซิโกกลาง เทคนิคการทำปศุสัตว์แพร่กระจายจากเม็กซิโกสู่อเมริกา ม้าจำนวนมากก็ได้หนีเข้าสู่ป่าจนกลายเป็น มัสแตง ม้าป่าแห่งอเมริกา พาโซ่ส์ แห่งเปรู และ คริโอลอส แห่ง อาร์เจนติน่า



ผู้หญิงใส่กระโปรงขึ้นม้า นั่งหันข้างแบบซ้อนมอเตอร์ไซค์ เขามีอานหันข้างใ้ห้ใช้กันครับ ปัจจุบันคงหายากแล้ว





ชาโร่ เม็กซิกัน บนม้าอเมริกัน พาโลมิโน่ อายุ 10 ปี ขี่บนอานที่เป็นชุดเข้ากันกับบังเหียน ทำโดยช่างที่ทำอานม้าให้กับดาราภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ดชื่อดังชาว สวีเดน-อเมริกัน "เอ็ดเวิร์ด เอช. โบห์ลิน" (ค.ศ. 1895-1980)



วาคีโร่ ผู้หาญกล้า

วาคีโร่ (Vaquero) [จากภาษาสเปน วาคา แปลว่า วัว], แม้ว่าชาวนาของเม็กซิโกรู้สึกว่าพวกเขาดีกว่าเกษตรกร พวกเขาภาคภูมิใจกับการทำงานของพวกเขา พวกเขาเชื่อว่าการเรีกร้องความกล้าหาญ, อดทน และความอดทนทางกายภาพ เหมือนเกาโช่ (เกาโจ gauchos) พวกเขาดูหมิ่นว่าการมีอาวุธเป็นเหตุของการทะเลาะวิวาท ในปี ค.ศ. 1823 ในฮาวาย พระราชา คาเมฮามีฮา ที่ 3 (King Kemehameha III) ส่งวาคีโร่ไปฝึกคนงานให้เป็น พานิโอลา (paniola) หรือคาวบอยในแคลิฟอร์เนีย, นิวเม็กซิโก และเท็กซัส วาคีโร่เชื้อสาย เม็กซิกัน-อเมริกันเกิดขึ้นเนื่องจากเป็นส่วนที่สำคัญในการทำไร่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 1800



ของใช้คนรวย



Relate