ศูนย์รวมบทความคาวบอย อินเดียนแดง เม็กซิกัน

แบบของปืนคาวบอยที่นิยมสะสม

แบบของปืนคาวบอยที่นิยมสะสม

ข้อมูลและรูปจากเวป www.caltd.com ครับ เวปนี้เขาทำปืนเลียนแบบขาย แต่ราคามันแพงเกินไปสำหรับสั่งเข้ามาขายครับ

ภาพจาก myrome.org

แบบแรก M.1873 Calvary ซิงเกิ้ลแอคชั่น รีวอลเวอร์ ขนาด 7 นิ้ว

ข้อมูลแปลจาก http://www.gungold.com/forums/index.php?topic=545.0

Colt SAA ผลิตโดยบริษัท Colt ซึ่งในอดีตใช้ชื่อว่า Patent 's Arm Manufacture โดยพัฒนามาจากปืนรุ่นแรกซึ่งก็คือ Colt Paterson ซึ่งอาจจะนับได้ว่าเป็นปืนลูกโม่กระบอกแรกของโลกที่ใช้งานได้ในปี 1836 โดยตอนที่ Samuel Colt ออกแบบปืนกระบอกนี้เค้ามีอายุเพียง 15 ปีเท่านั้นซึ่งเค้าได้รับแรงบันดาลใจมาจากระบบพังงาเรือขณะที่เค้าทำงานเป็น กะลาสีอยู่บนเรือ ปืนกระบอกนี้ได้รับการจดสิทธิบัตรในปี 1835 ที่อังกฤษและ จดสิทธิฯที่อเมริกาในปี 1836
ในปี 1836 นั้นเค้าได้เป็นเจ้าของโรงงานปืนในรัฐ New Jersy และผลิตปืนกระบอกนี้ให้ลูกค้า ในขณะนั้นเค้าอายุเพียง 21 ปี และในอีก 100 ปีถัดมาเค้าก็ไดรับการยกย่องให้เป็น " บิดาแห่งปืนลูกโม่ " และก่อนจะมาเป็น SAA อีกเช่นกัน Colt ก็ได้ผลิตปืนลูกโม่ที่มีชื่อเสียงอีก 2 กระบอกเพื่อประจำการกองทัพในสมัยสงครามกลางเมืองนั่นก็คือ Colt Dragoon และ Navy และสุดท้ายก็พัฒนามาเป็นปืนที่ทุกคนรู้จักกันในนาม THE PEACEMAKER Colt SAA ในปี 1872 ซึ่งกลายมาเป็นปืนลูกโม่ ซิงเกิ้ลแอ็คชั่นที่พิชิตตะวันตกและกลายมาเป็นปืนคลาสสิกที่เป็นที่นิยมตลอดกาล


ปืนสร้างชื่อกระบอกแรกของ Colt " Paterson Belt Model 1842 " โดยราคาในตลาดนักสะสมหากมีสภาพสมบูรณ์และอุปกรณ์ครบ มีค่าถึง 150,000 USD

ใน ดินแดนตะวันตกนั้น ปืนสั้นเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก และเป็นเรื่องที่ต้องยกมาพูดคุยกันเมื่อมีงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ ของนักสะสมและผู้รักการยิงปืน โดยเฉพะอย่างยิ่งในดินแดนที่กฏหมายยังเข้ามาไมถึงปืนสั้นคือสิ่งสำคัญในการ คุ้มครองและป้องกันภัยต่างๆนาๆรวมถึงการ " ดวล " และในสมัยนั้นปืนมีราคาแพงกว่าเงินเดือนของคาวบอยหลายๆคนเสียอีก มีปืน 2-3 ชนิดในยุคนั้นที่นักยิงปืนและนักบุกเบิกตะวันตก สามารถระบุได้โดยง่ายดาย นั่นก็คือ Colt Single Action Army กระบอกนี้ ซึ่งมีชื่อเล่นที่รู้จักกันทั่วตะวันตกว่า " THE PEACEMAKER " โดยที่มาของชื่อนี้นั้นมาจากการที่ผูรักษากฏหมายตามเขตชายแดนหรือนายอำเภอ ใช้ต่อสู้กับพวกนอกกฏหมาย ( The Out Laws ) อินเดียน และรวมอเมริกาเข้าเป็นปึกแผ่นเดียว

ภายใต้ชื่อ THE PEACEMAKER ปืน Colt SAA ถูกขายให้เอกชนและรัฐบาลในหลายๆขนาดและหลายๆรุ่นไม่ว่าจะเป็นรุ่น Frontier , Six Shooter , Thumb Buster และ Hog Leg ปืน SAA เหล่านี้เป็นที่นิยมใช้ทั้งชายและหญิง ทหาร ตำรวจและพลเรือน พลเมืองดี และแน่นอน ปืนดีคนใช้ไม่จำเป็นต้องดีเสมอไปอย่างชื่อ " พวกนอกกฏหมาย " โดยโคลท์ดำเนินสายการผลิตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1873 จนปัจจุบัน ยกเว้นการหยุดชะงักในปี 1940-1956 ซึ่งต่องผลิตปืน M1911 เพื่อป้อนเข้ากองทัพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตามเอกสารบันทึกว่ามันได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติ " THE GUN THAT WON THE WEST " คู่กับไรเฟิล Winchester 1873 Lever Action

Colt SAA ถูกนำออกมาหลังปืน Smith And Wesson เป็นระยะเวลานานโขอยู่โดยสมิธฯ เป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาปืนลูกโม่ที่ใช้กระสุนสำเร็จรูปแบบมีปลอกแทนปืนรุ่น ที่ใช้แก๊ปในการจุดระเบิด ( Percussion System ) เหตุผลความล่าช้าของโคลท์ นักประวัติศาสตร์ R.L. Wilson กล่าวไว้ว่า เป็นความผิดพลาดในการทำงานอย่างใหญ่หลวงในชีวิตการทำงานของ Samuel Colt โดยในปี 1855 นาย Rollin White ลูกจ้างคนนึงของ Samuel Colt เสนอความคิดที่จะออกแบบให้ลูกโม่มีรูสำหรับใช้ยิงกระสุนสำเร็จรูป แต่ Samuel Colt ปฏิเสธความคิดนี้ White จึงจดลิขสิทธิความคิดนี้ และเอามาเสนอต่อ Smith & Wesson หลังจากนั้นสมิธฯ จึงผลิต Old Model Army Revolver ขนาด .32Cal ออกมาขายให้กองทัพไว้ใช้ในสงครามกลางเมือง Smith & Wesson ได้เสนอขายสิทธิ์ในการผลิตให้กับ Colt แต่ Colt ก็ยังคงปฏิเสธเพราะว่ามันแพงมากจนเกินไป

ในปี 1868 Colt ทำงานอย่างหนักที่จะปรับเปลี่ยนปืนรุ่น 1861 Army Revolver ขนาด .44cal ไปใช้กระสุนสำเร็จรูปโดยไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของ Rollin White เมื่อโคลท์ 1873 Single Action ถูกเสนออกมาให้กองทัพสหรัฐนขณะที่มีข้อพิพาทกับชาวอีนเดียนแดง โดยโคลท์นั้นในที่สุดก็มีชัยเหนือ Smith & Wesson โดยกรมสรรพาวุธสหรัฐบันทึกไว้ ณ วันที่ 26 มิถุนายน ปี 1873 ว่า " ตามรายงานสแดงถึงความเหนือชั้นของปืนโคลท์รุ่นล่าสุดเหนือกว่าผู้ผลิตราย อื่นๆ ทั้งหมด " นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นตำนานของ THE PEACEMAKER ปืนที่สร้างสันติภาพและสร้างอเมริกาให้เป็นหนึ่งเดียว

ขนาด .45 ลองโคลท์ ลำกล้อง 7.5 นิ้ว ปืนพกประจำกองทหารม้าสหรัฐถูกใช้โดยนายพล Custer ในการรบที่ Little Big Horn
รุ่นลำกล้อง 5.5 นิ้วขนาด .45 Artilery Model ใช้ในสงคราม Spanish American และใช้ปราบกบฏในฟิลิปปินส์
TECHNICAL Specification

ลำกล้อง - 5.5นิ้ว
ขนาด - .45Long Colt
บรรจุ - 5นัด
ระบบ - Single Action







ปืนยาวคานเหวี่ยง

ข้อมูลจาก http://www.gungold.com/forums/index.php?topic=4275.0



ภาพจาก http://homestead-service.com/appraisals/winchester/1876/1876partspics.htm
ปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์ เป็นปืนที่มักจะถูกหยิบยกมากล่าวถึงปืนคานเหวี่ยง (Lever-Action) ซึ่งผลิตในอเมริกาโดยบริษัทวินเชสเตอร์ รีพีทติ้ง อาร์มส์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะ ปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์ รุ่นโมเดล 1873 (winchester model 1873) กับรุ่นโมเดล 1894 (winchester model 1894)

ปืนคานเหวี่ยง หมายถึง ปืนที่มีการใส่กระสุนจะใส่ไว้ในช่องหลอดกระสุนใต้ลำกล้องรังเพลิง แล้วดันให้กระสุนเข้ารังเพลิง ก่อนจะโยกคานเหล็กแล้วดันกลับ มีโครงสร้างตามรูปข้างบน

ปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์เป็นปืนไรเฟิลใส่กระสุนได้หลายนัดและยิงซ้ำได้เร็ว (Repeating rifle) ที่แทบจะใช้ง่ายที่สุด ทำให้ปืนวินเชสเตอร์ได้กลายมาเป็นภาพลักษณ์ของปืนคานเหวี่ยงไปโดยปริยายและเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ ปืนพิชิตตะวันตก (The Gun that Won the West) เพราะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง

กว่าจะกลายมาเป็นปืนไรเฟิล

ความคิดเกี่ยวกับปืนที่สามารถยิงซ้ำๆ ติดต่อกันได้หลายนัดนั้นเป็นหัวข้อหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ มาตั้งแต่มีการใช้ปืน ไฟ แต่มีปืนน้อยมากที่ทดสอบแล้ว สามารถใช้ได้จริง สาเหตุหลักๆ เพราะกระสุน ปลอกทองเหลืองที่ทำให้ปืนยิงซ้ำๆ ได้จริงๆ ยังไม่ถูกพัฒนา

ไรเฟิลแบบยิงซ้ำๆ รุ่นแรกถูกออกแบบโดยอิงโครงสร้างมาจากปืนพกลูกโม่ของบริษัทโคลท์ (Colt revolver) ซึ่งเป็นปืนที่ประสบผลสำเร็จมากที่สุด ปืนไรเฟิลรุ่นนี้มีกระบอกปืนยาวเหมือนไรเฟิลและพานท้ายปืน

แม้ปืนลูกโม่โคลท์จะประสบความสำเร็จในการออกแบบเป็นปืนสั้น แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างไรเฟิล และใช้กันไม่ค่อยแพร่หลายนัก จากนั้นปืนไรเฟิลสเปนเซอร์ (Spencer Rifle) ก็ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในช่วงสงคราม กลางเมืองของสหรัฐอเมริกา (carbines of the America CivilWar) ตั้งแต่ ค.ศ. 1861 - 1865 แต่ก็ยังไม่พอ เพียงในหลายๆ ประเด็น

ปืนไรเฟิลสเปนเซอร์ ผลิตโดยนายคริสโตเฟอร์ สเปนเซอร์

ต้นกำเนิดของปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์มาจาก ปืนไรเฟิลวอลคานิคของ ฮอร์เรช สมิธ และ ดาเนียล บี เวสสัน สร้างขึ้นโดยบริษัทวอลคานิ รีพีทติ้ง อาร์มส์ (Volcanic Repeating Arms Company) ที่รู้จักกันภายหลังในชื่อ นิวเฮเว่นอาร์ม โดยมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดคือ โอลิเวอร์ วินเชสเตอร์ นี่แหละคือ ผู้กำเนิดปืนวินเชสเตอร์ที่หลายคนรู้จักกัน

นายโอลิเวอร์ ฟิชเชอร์ วินเชสเตอร์ (Oliver Fisher Winchester) เจ้าของบริษัทผู้ผลิตปืนวินเชสเตอร์อันโด่งดัง

หลังสงคราม โอลิเวอร์ วินเชสเตอร์ ก็ได้เข้ามาบริหารกิจการในบริษัทนิวเฮเว่น และเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น วินเชสเตอร์ รีพีตติ้ง อาร์มส์ (Winchester Repeating Arms Company) ในตอนนั้นเขาได้ผลิต ปืนไรเฟิลเฮนรี่ ( Henry Rifle) ซึ่งเป็นปืนทันสมัยที่สุด เพราะใส่ลูกปืนได้ง่าย และยิงได้1นัดทุกๆ 3 วินาที นับเป็นปืนยาวรุ่นแรกที่ยิง ได้ต่อเนื่อง

ปืนไรเฟิลเฮนรี่ ปืนรุ่นแรกของบริษัทวินเชสเตอร์ ออกแบบโดย เบนจามิน เทเลอร์ เฮนรี่

จากนั้นบริษัทวินเชสเตอร์ก็ได้นำแบบร่างของปืนไรเฟิลเฮนรี่มาแก้ไขปรับปรุงให้สมบูรณ์ จนกลายเป็นปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์ โมเดล 1866 (Winchester Model 1866) ซึ่งเป็นปืนวินเชสเตอร์รุ่นแรก แต่ยังคงใช้กระสุนลูกกรด .44 (Rimfire Cartridge) อยู่

ต่อมา ในปี 1873 ก็ได้สร้างปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์ โมเดล 1873 (Winchester Model 1873) ด้วยโครงปืนเหล็ก และ กระสุนปืน .44- .40 ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสมัยยุคคาวบอยควงปืน บุกเบิกดินแดนตะวันตก จนเป็นที่รู้จักกันดีในนาม "ปืนพิชิตตะวันตก " (The Gun that Won the West)

ปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์ โมเดล 1873 เจ้าของฉายา "ปืนพิชิตตะวันตก "

หลังจากนั้นในปี 1883 จอห์น บราวนิ่ง นักออกแบบปืนอัจฉริยะ ก็ได้ทำงานเป็นหุ้นส่วนร่วมกับบริษัทวินเชสเตอร์ ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่จอห์น บราวนิ่งได้ทำงานเป็นหุ้นส่วนของวินเชสเตอร์ เขาได้ออกแบบปืนไรเฟิลและปืนลูกซองมากมายหลายรุ่น ซึ่งมีหลายรุ่นที่ได้รับความ นิยม เช่น ปืนลูกซอง วินเชสเตอร์ โมเดล 1885, ปืนลูกซองคานเหวี่ยงชนิดยิงซ้ำ หรือ วินเชสเตอร์ โมเดล 1887 ปืนลูกซอง โมเดล 1897 และ 1912, ปืนไรเฟิลระบบคานเหวี่ยง รุ่นโมเดล 1886, โมเดล 1892, โมเดล 1894 และ โมเดล 1895

จอห์น บราวนิ่ง อัจฉริยะในการออกแบบปืน

ในปืนที่กล่าวมา มีหลายรุ่นที่ยังคงผลิตอยู่ต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ ต่างกับบริษัทอื่นๆ อย่าง บราวนิ่งรอสซี่, นาวี่อาร์มส์ ที่ส่วนใหญ่จะนำ ปืนที่ไม่ได้ผลิตแล้ว มารื้อสร้าง แล้วขายใหม่


อ้างอิง:

http://en.wikipedia.org/wiki/Winchester_Repeating_Arms_Company

http://en.wikipedia.org/wiki/Winchester_rifle









M.1869 .45 คาลิเบอร์ สโกฟีลด์ Schofield



ปืนของ
- Wild Bill Hickok
- Wyatt Earp
- Bat Masterson
- Genaral Custer









ปืนแบบ
- Pat Garett
- Texas Ranger
- Colt Peacemaker







hneng123 ตอบเมื่อ 23 มิถุนายน 2553













abba.jr ตอบเมื่อ 24 มิถุนายน 2553

มีเก็บไว้บ้างครับ

สองพี่น้องตระกูล รูเกอร์ แบ๊กฮอก กับ ซิงเกิ้ลซิก

ซื้อไว้สมัยไม่แพงมาก ตอนนี้ราคาไม่ต่ำกว่า 50,000บาท







odd ladkrabang ตอบเมื่อ 24 มิถุนายน 2553

ปืนทีนิยม เคยสัมผัส และอยากสะสม แต่คงทำไม่ได้(กลัวตะราง)

ปืนแก๊บ ยิงที ยัดที

คนไทยเราก็ทำปืนใช้กันเองได้ มาตั้งแต่สมัยอยุธยา สู้ศึกหนือเสือใต้กันมาเยอะแล้ว
เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษาชาติบ้านเมือง มาจนปัจจุบัน

เคยทราบว่าแถวจังหวัดอุทัย ก็มีโรงทำปืน ลูกซอง ลูกโม่ สิบเอ็ด มอมอ
แต่ต้องเลิกเมื่อท่าน บอกว่าเป็นปืนเถื่อน ผิดกฏหมาย

แล้วนำเข้าจากต่างประเทศ กระบอกละหลาย ๆ หมื่น (ต้นทุนไม่กี่ตังส์)
มาทำทะเบียน เป็นปืนถูกกฏหมาย

ทำไม ไม่ส่งเสริมคนไทย ไทยทำ ไทยใช้
ควบคุมคุณภาพและจำนวนที่ผลิต ตามมาตรฐานสากล

ถ้าตำรวจใช้ปืน Made in thailand ยิงใส่โจร มันจะไม่ตายหรือไง
เนอะ





Relate