ศูนย์รวมบทความคาวบอย อินเดียนแดง เม็กซิกัน

Belle Starr - เบลล์ สตาร์

เรื่องนี้แปลมาจาก BELLE STARR - The Bandit Queen

ราชินีแห่งจอมโจร - เบล สตาร์ โดย แม๊กกี้ แวน ออสสแตรนด์
http://www.texasescapes.com/MaggieVanOstrand/Belle-Starr-Bandit-Queen.htm

ภาพ เบลล์ สตาร์ จาก วิกิ พีเดีย


“ฉัน นับถือตัวเองเฉกเช่นผู้หญิงที่เห็นโลกมามาก” คำพูดของ เบลสตาร์ ที่ฉางข้าว ฟอร์ดสมิธ

หากข้อมูลเชื่อถือๆได้ ตำนานของ เบล สตาร์ ก็อาจจะกุขึ้นจากจินตนาการของเธอเอง หากเธอยังมีชีวิตอยู่ เธออาจจะเป็นเอเย่นซี่ผู้ผลิตโฆษณารถยนต์ สำหรับรายการโทรทัศน์ใน เมดิสัน อเวนิว หรือ ประธานบริษัทด้านประชาสัมพันธ์ หรือเป็นพิธีกรรายการเกมส์โชว์ยุค 70 หรือ ชมรมคนโกหก ตั้งแต่เรื่องราวของเธอเริ่มแต่งขึ้น

มันไม่แน่ชัดว่า เบล สตาร์ ได้อยู่อาศัยชั่วคราว ใน เมสไคว์ เท็กซัส จริง แม้เรื่องเล่าจะนำเธอมาที่นี่ ดั่งนักการเมืองในวันนี้ เธอเก่งที่จะสร้าง เรื่องจริง

จากบทความของ เคธี่ ไวเซอร์ ใน เรื่องราวของ อเมริกา (สิงหาคม ค.ศ. 2006) ไมร่า เบล เชอร์ลี่ เกิดใน บ้านไม้(บ้านท่อนซุง) ในครอบครัวของ ผู้พิพากษา จอห์น เชอร์ลี่ ครอบครัวแกะดำที่ร่ำรวยแห่ง เวอร์จิเนีย ที่ย้ายถิ่นฐานเข้าสู่ อินเดียน่า กับภรรยาคนที่สาม เอลิซ่า เอลิซ่า เป็นสาวโสดจากตระกูล แฮตฟิลด์ ที่โด่งดังเรื่องความอาฆาตแค้นระหว่างตระกูล แฮตฟิลด์และตระกูล แมคคอย

ครอบครัวเชอร์ลี่ เพาะปลูก ข้าวสาลี ข้าวโพด เลี้ยงแกะ และม้า มีลูกชาย 4 คน ต่อจาก ไมร่า เบลล์ พวกเขารุ่งเรืองมาร่วมสิบปี แล้วก็ขายที่ดินย้ายไปอยู่ คาเทจ รัฐมิสซูรี่ ซึ่งครอบครัวนี้ได้สร้าง โรงแรม คอกรับดูแลม้า และโรงตีเหล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเมือง จอห์น เชอร์ลี่ เป็นสมาชิกของกรรมการเมืองที่ได้รับความนับถือยำเกรง และมีเส้นสายมากพอที่จะส่งลูกสาวคนเดียวที่แสนจะเอาแต่ใจตัวเองเข้าเป็นครูสอนใน โรงเรียนสตรี คาเทจ ในชั้นเรียนดนตรีและภาษา ไมร่าเป็นคนฉลาด มีมารยาทดี และเล่นเปียโนเก่ง เธอชอบที่จะโอ้อวดความร่ำรวยและชอบพูดในที่ชุมชนถึงประวัติอเมริกา

ไมร่า ชอบท่องธรรมชาติ และมักจะไปเที่ยวนอกเมืองกับ บั๊ด น้องชาย ที่สอนเธอขี่ม้า และการแกะรอย แต่ขณะนั้นได้มีสงครามแย่งพรหมแดน แคนซัส-มิสซูรี่ เกิดขึ้น

ชีวิต ไมร่า เบลล์ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เธอได้เข้าร่วมกลุ่ม เจฮอคเกอร์ และ เรดเลก ผ่าน เขตปกครอง จาสเปอร์ เข้าชักชวนผู้คนให้เข้าพวก แล้วรอเข้าสู่เมืองมิสซูรี่ โดยการสนับสนุนจากสหภาพ

ใน ค.ศ. 1866 ประวัติศาสตร์ อเมริกากล่าวว่า แก๊งค์โจร เจมส์ ยังเกอร์ ปล้นธนาคารแห่งแรกของรัฐ และหนีลอยนวลไปพร้อมเงินและตั๋วเงินมูลค่า 6 พันเหรียญ เจสซี่ และ แฟรงค์ เจมส์ กับ บ๊อบ จิม และ โคล ยังเกอร์ หลบหนีไป เท็กซัส และได้พบกับ ไมร่า เชอร์ลี่ ไมร่า กลายเป็นคู่นอนกับ โคล และเป็นสมาชิกของแก๊งค์ในที่สุด ตามที่ประวัติศาสตร์ว่าไว้

ความเป็นมาในช่วงนี้อาจสร้างความสับสนไม่น้อย เพราะมีแก๊งค์โจรอื่น หลบซ่อนที่บ้านของ เชอร์ลี่ คืนนึง และ ไมร่า เบลล์เล่าในภายหลังว่า เธอตกหลุมรักกับ จิม รี๊ด สมาชิกของแก๊งค์โจรนี้ ที่เคยรู้จักกันมาก่อนที่ มิสซูรี่ รักกันหวานชื่นในเท็กซัส และแต่งงานกันเมื่อ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1866 ซึ่งไม่เป็นชีวิตสมรสที่สุขได้นานสำหรับ เบลล์

ภาพ นาย จิม รี๊ด จาก ประวัติศาสตร์อเมริกา และ เคธี่ ไวเซอร์


จิม รี๊ด ไม่ได้เป็นคนที่ทางการต้องการตัว ตระกูล เชอร์ลี่ ก็ไม่ได้คัดค้านการแต่งงานของทั้งคู่ จิมย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน เชอร์ลี่ ใน ไชเยนน์ และช่วยงานฟาร์มที่แสนน่าเบื่อหน่าย ต่อมา จิมได้งานเซลส์แมน ขายอานและอุปกรณ์ม้าของ ดัลลัส แซดเดิ้ล ในปี ค.ศ. 1867 จิม และ เบลล์ ร่วมชีวิตกันในมิสซูรี่ และให้กำเนิดบุตรสาว โรสซี่ ลี หรือ เพิร์ล ในปี ค.ศ. 1868 ต่อมาพวกเขาย้ายกลับมามิสซูรี่ เพราะ รี๊ด กลายเป็นคนที่ทางการต้องการตัวในคดีฆ่า ชายชื่อ แชนนอน ตาย บางแหล่งข่าวเล่าเรื่องว่า พวกเขา หนีไป แคลิฟอร์เนีย โดยกระเตง เพิร์ล ไปด้วย และมีลูกชายอีกคนชื่อ เอ็ดเวิร์ด

มีเรื่องเล่าอีกว่า เบลล์ โดน โคล ยังเกอร์ ปล้ำ ที่บ้านเชอร์ลี่ใน เท็กซัส และให้กำเนิดบุตรสาวที่เป็นลูกนอกสมรสของทั้งสอง ยังเกอร์แก้ต่างว่า พวกเขาไปเยี่ยมครอบครัว เชอร์ลี่ ในปี 1864 ไม่ใช่ 1866 และเล่าว่า ต่อมาพวกเขาเห็น เบลล์ และ รี๊ด ที่บ้านของ รี๊ด ใน มิสซูรี่ ในปี 1868 ขณะอุ้มท้อง เพิร์ล ได้ 6 เดือน และ ริชาร์ด รี๊ด พี่ชายของ จิม ก็ยืนยันเรื่องนี้

ปี ค.ศ. 1869 เบลล์, จิม รี๊ด และสมุนอีก 2 คน ขี่ม้าไป นอร์ธ แคนาดา ริเวอร์ ที่ซึ่งพวกเขาถูกกล่าวหาว่า ทรมาน อินเดียนแดงแก่ ให้บอกที่ซ่อนทองคำมูลค่า 3 หมื่นเหรียญ หลังจากได้ทองมาแล้วก็แบ่งกัน จิมและเบลล์ เดินทางกลับ เท็กซัส แต่เบลล์ ยังไม่รู้จักคำว่าพอ และนี่เป็นจุดเริ่มของ ฉายา “ราชีนีแห่งจอมโจร” ของเธอ

ภาพ โคล ยังเกอร์ จาก Wikipedia


คงจะเป็นช่วงเวลานี้ที่ เบลล์ กล่าวคำพูดที่ทำให้เธอโด่งดังว่า “ฉันเป็นเพื่อนกับคนนอกกฎหมายที่กล้าหาญและสุภาพทุกคน” ในปี ค.ศ. 1874 จิม รี๊ด ถูกฆ่าตายใน ปารีส,เท็กซัส ด้วยฝีมือลูกสมุนของแก๊งค์เขาเองในการต่อสู้กับมือกฎหมายที่ดุเดือดเลือดพล่าน ลูกๆของเขาและเบลล์ ฝากไว้ให้แม่ของ เบลล์ เลี้ยงดู แล้วเบลล์ ก็ขี่ม้าออกไปในเส้นทางแห่งโจร เพียงลำพัง

ในเขตของอินเดียนแดง (ปัจจุบันคือ โอกลาโฮม่า) เบลล์ เกี่ยวดองกับ โจรเชื้อสายอินเดียน “หน้าแบน” นามว่า บลูดั๊ค (เป็ดสีน้ำเงิน) แม้จะมีเรื่องที่แย้งกับความเกี่ยวข้องกันนี้ บ้างก็ว่า พวกเขาเป็นคนรักกัน บ้างก็ว่า เบลล์ กับ บลูดั๊ค เป็นแค่เพื่อนกัน อย่างไรก็ตาม ชื่อของชายข้างกายเบลล์อย่าง บลูดั๊ค ก็ไม่ยาวนานนัก เพราะถูกแทนที่ด้วย “แซม สตาร์” อย่างรวดเร็ว
แซม สตาร์ เป็นอินเดียนเชื้อสาย เชอโรกี ที่ผอมสูง เขาแต่งงานกับเบลล์แบบสายฟ้าแลบและลงหลักปักฐานในที่ดิน 62 เอเคอร์ (ประมาณ 160 ไร่) ช่วงโค้งของริมฝั่งด้านเหนือของ คานาเดียน ริเวอร์ ใกล้ แบรทาวน์ ซึ่ง เบลล์ ตั้งชื่อว่า ยังเกอร์ เบ็น (โค้งของยังเกอร์)

แซม และ เบลล์ ตั้งแก๊งค์โจรขึ้นใหม่ เริ่มด้วย ขโมยม้า ขายเหล้าเถื่อนให้อินเดียนแดง โดยการลงมือทุกครั้ง เบลล์ เป็นคนวางแผนและบงการ

ประวัติศาสตร์ อเมริกากล่าวไว้ว่า เบลล์เล่าเรื่องที่เธอพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ขยิบตาให้เธอเมื่อ มาขอพักหลบภัยที่ ยังเกอร์ เบ็น ของเธอกับแซม เขาเป็นชายที่ดูเย็นชาและเงียบ เบลล์บอกแซมว่า ชายคนนี้เป็นเพื่อนเก่าจากมิสซูรี่ และแซมก็ไม่เคยรู้เลยว่า ชายนัยน์ตาสีฟ้า ที่ชอบหลิ่วตาคนนี้คือ เจสซี่ เจมส์

แซมและเบลล์พบชีวิตโจรที่รุ่งเรืองมาก เบลล์เรียนรู้การใช้เงินและมารยาหญิงช่วยให้ลูกสมุนรอดจากการจับกุม จากมือกฎหมายที่พึงใจกับเงินและเรือนร่างเย้ายวนใจของเธอ ปี 1875 ถึง 1880 เบลล์เป็นผู้นำกลุ่มหรือประมุขแห่งแก๊งค์โจรปล้น วัวควาย และม้า และมีสำนักงานใหญ่ใน โอกลาโฮม่า



ภาพ เบลล์ สตาร์ และ บลูดั๊ค จาก ประวัติศาสตร์อเมริกาโดย Kathy Weiser





 

Relate